ReadyPlanet.com
dot dot
dot
dot
dot

dot




ประวัติการบิน article

ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ของสถาบัน แอร์ แอนด์ เอิร์ท

                                                      ประวัติการบินพลเรือนของประเทศไทย

      การขนส่งทางอากาศ เป็นกิจการที่มีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว ทำให้ประหยัดเวลาได้มากที่สุด และยังเป็นโครงข่ายการคมนาคมที่เชื่อมโยงไปยังนานาประเทศ โดยไม่รีขีดจำกัดทางด้านภูมิศาสตร์ทำให้เป็นส่วนช่วยสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้ก้าวหน้าสามารถติดต่อกับนานาประเทศ เพื่อสามารถแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ความรู้ การค้าระหว่างประเทศได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
      สำหรับประเทศไทย กิจการบินเริ่มมีบทบาทในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโดยมีนักบินชาวเบลเยี่ยม ชื่อนายวัลเดล เบอร์นฟ ได้นำเครี่องบินแบบ ออร์ ไรท์ มาสาธิตการบิน ณ สนามบินสระปทุม (สนามม้าราชกรีฑาสโมสรในปัจจุบัน ) เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2454 นับเป็นเครื่องบินลำแรกที่บินเข้ามาในราชอาณาจักร พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักถึงความสำคัญของกิจการบินที่จะทำให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาประเทศให้เจริญทดเทียมประเทศแถบยุโรปได้ ทั้งยังเป็นการเพิ่มแสนยานุภาพทางการทหารอีกด้วยพระองค์จึงทรงริเริ่มในการวางรากฐานหารบินของประเทศไทยดังจะเห็นได้จาการที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ส่านายทหาร 3 นายไปศึกษาวิชาการบินที่ประเทศฝรั่งเศส ได้แก่ พันตรีหลวงศักดิ์ศัลยาวุธ นายร้อยเอก หลวงอาวุธสิขิกร และนายร้อยโท ทิพย์  เกตุทัต ในปีนั่นเอง เมื่อนายทหารทั้ง 3นาย จบการศึกษาก็ทรงให้จัดซื้อเครื่องบิน 7 ลำ และตั้งกรมอากาศยานทหารบกขึ้น ณ กองปืนใหญ่ทหารบกที่ 2 เมื่อปี พ.ศ. 2457 จากนั้นมา ก็มีการพัฒนาในด้านกิจการบินมาตลอด โดยมีลำดับความเป็นมา ดังนี้
      พ.ศ. 2468  ตั้งกองการบินพลเรือน กรมบัญชาการ กระทรวงพาณิชย์และคมนาคม
      พ.ศ. 2476  เปลี่ยนเป็นกองการบินพาณิชย์ สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงเศรษฐการ
      พ.ศ. 2477  กองการบินพาณิชย์ กรมการขนส่ง ทบวงพาณิชย์และคมนาคม กระทรวงเศรษฐการ ( ตาม พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม แก้ไขเพิ่ม
                      เติม )
      พ.ศ. 2484  กรมการขนส่ง โอนกลับมาขึ้นกับกระทรวงคมนาคม
      พ.ศ. 2485  แบ่งแยกกองให้ชัดเจนเป็น กองขนส่งทางอากาศ กรมการขนส่ง กระทรวงคมนาคม ( ตามบันทึกสั่งการนายกรัฐมนตรี จอมพล ป. พิบูล
                     สงคราม )
      พ.ศ. 2491  แยกการบินพลเรือน ออกจากการบินทหาร และโอนกิจการให้กระทรวงคมนาคม
      พ.ศ. 2497  ยกฐานะเป็น สำนักงานการบินพลเรือน ( ตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมการขนส่ง ) สังกัดกรมการขนส่ง กระทรวงคมนาคม
      พ.ศ. 2506  ยกฐานะเป็น กรมการบินพาณิชย์ ตาม พ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับ ที่ 2 ) พ.ศ. 2506
 
        จากความเป็นมาดังกล่าว กรมกรมการบินพาณิชย์ได้ทำหน้าที่ส่งเสริมและพัฒนาด้านการขนส่งทางอากาศ ให้ก้าวหน้าอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในครั้งที่ยังเป็น สำนักงานการบินพลเรือน สังกัดกรมการขนส่งได้ทำการพัฒนาท่าอากาศยานต่าง ๆ  เพื่อใช้ในกิจการบินพลเรือนจำนวนเกือบสามสิบแห่ง ซึ่งในยุคเริ่มแรกจะเป็นท่าอากาศยานที่ใช้ในกิจการทหาร รวมทั้งท่าอากาศยานที่ปัจจุบันกำเนินการในรูปรัฐวิสาหกิจ และท่าอากาศยานที่ยังคงดำเนินการโดยฝ่ายทหาร เช่น ท่าอากาศยานดอนเมือง และอู่ตะเภา ด้วย ท่าอากาศยานส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค กระจายอยู่ทั่วภูมิภาคในประเทศไทย เมื่อพัฒนาขึ้นมาใช้ประโยชน์ร่วมกันระหว่างพลเรือนกับทหารเป็นส่วนใหญ่  แต่แบ่งแยกการดำเนินการออกจากกันเป็นสัดส่วน
      ทั้งนี้ กิจการบินพลเรือนมีการพัฒนามากขึ้นเรื่อย ๆ และเพื่อให้การดำเนินการบริหารงานมีความคล่องตัวประกอบกับเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล กรมการบินพาณิชย์จึงได้มีการโอนงานในความรับผิดชอบให้หน่วยงานต่าง ๆ บริหารในรูปของรัฐวิสาหกิจดังนี้
      24 กุมภาพันธ์ 2522 กรมการบินพาณิชย์ จึงได้มอบให้การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย       เป็นผู้รับผิดชอบในการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง
      1 มีนาคม 2531 กรมการบินพาณิชย์ ได้โอนงานบริหารท่าอากาศยานเชียงใหม่ให้การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ
      26 สิงหาคม 2531 กรมการบินพาณิชย์ ได้โอนงานบริหารท่าอากาศยานหาดใหญ่ให้การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยเป็นผู้ดูแลความรับผิดชอบ
      8 ตุลาคม 2531 กรมการบินพาณิชย์ ได้โอนงานบริหารท่าอากาศยานภูเก็ตให้การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยเป็นผู้ดูแลความรับผิดชอบ
      1 มีนาคม 2531 กรมการบินพาณิชย์ ได้โอนงานบริการโทรคมนาคม การบริการวิทยุเครื่องช่วยการเดินอากาศ และการบริการควบคุมการจราจรทางอากาศ ที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ให้บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ
      15 กรกฎาคม 2531 กรมการบินพาณิชย์ ได้โอนงานบริการโทรคมนาคม การบริการวิทยุเครื่องช่วยการเดินอากาศ และการบริการควบคุมการจราจรทางอากาศ ที่ท่าอากาศยานหาดใหญ่ให้ บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ
      16 กรกฎาคม 2531 กรมการบินพาณิชย์ ได้โอนงานบริการโทรคมนาคม การบริการวิทยุเครื่องช่วยการเดินอากาศ และการบริการควบคุมการจราจรทางอากาศ ที่ท่าอากาศยานภูเก็ตให้ บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ
      5 มีนาคม 2535 ได้ออกพระราชกฤษฎีกา เปลี่ยนการดำเนินงานของศูนย์ฝึกการบินพลเรือนภายใต้การดูแลของกรมการบินพาณิชย์ เป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงคมนาคมในนาม " สถาบันการบินพลเรือน " ( CIVIL AVIATION TRAINING CENTER )
      1 กันยายน 2541 กรมการบินพาณิชย์ ได้โอนงาน บริการควบคุมการจราจรทางอากาศ บริการสื่อสารการบินและบริการเครื่องช่วยการเดินอากาศ ณ ท่าอากาศยานทุกแห่ง และที่จะดำเนินการก่อสร้างในอนาคต ให้บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ
      2 ตุลาคม 2541 กรมการบินพาณิชย์ ได้โอนงานบริหารท่าอากาศยานเชียงราย การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยเป็นผู้ดูแลความรับผิดชอบ

                                        ขอบเขตหน้าที่ความรับผิดขอบ ของกรมการบินพาณิชย์

          1.ความเป็นมา
 ภาระหน้าที่ในด้านกิจการบินพลเรือน ได้ก่อกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ พ.ศ. 2468 โดยกองการบินพลเรือน กรมบัญชาการ กระทรวงพาณิชย์ และคมนาคม และภาระหน้าที่ดังกล่าว ก็ได้มีการวิวัฒนาการ รวมทั้งจัดรูปองค์กรเพื่อรองรับภารกิจมาเป็นลำดับ จนกระทั่งเมื่อ พ.ศ. 2506 ได้มีการยกฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบขึ้นมีฐานะเป็นหน่วยงานระดับกรม มีนามว่า " กรมการบินพาณิชย์ "ดังปรากฏตามหนังสือราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 82 ตอนที่ 53 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2508
          2.วิวัฒนาการ ขอบเขตความรับผิดชอบของกรมการบินพาณิชย์
 กรมการบินพาณิชย์ ในช่วง 35  ปี ได้มีการปรับปรุงขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบที่สำคัญ รวม 4 ครั้งดังนี้
          2.1 พ.ศ. 2508 ได้มีพระราชกฤษฎีกา แบ่งส่วนราชการกรมการบินพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2508 ตามหนังสือราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 82 ตอนที่ 53 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2508 แบ่งส่วนงานระดับกองเป็น 8 กองคือ
     1. สำนักงานเลขานุการกรม
     2. กองการข่าวและพิธีการขนส่งทางอากาศ
     3. กองควบคุมกิจการเดินอากาศ
     4. กองความปลอดภัยในการเดินอากาศ
     5. กองกิจการท่าอากาศยาน
     6. กองก่อสร้างและบำรุงรักษา
     7. กองช่างสื่อสารและช่วยการเดินอากาศ
     8. กองปฏิบัติการสื่อสารและจราจรทางอากาศ
          2.2 พ.ศ. 2516 ได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการ กรมการบินพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2516 ตามหนังสือราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 90 ตอนที่ 180 ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2516 ปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการให้เหมาะสมกับสภาพงานที่ขยายตัวมากขึ้น โดยเพิ่มหน่วยงานระดับกองขึ้น 2 หน่วยงานคือ กองคลัง และ ท่าอากาศยานต่าง ๆ รวมทั้งเปลี่ยนชื่อเพื่อให้เหมาะสมกับหน้าที่ความรับผิดชอบรวม 4 กอง
          2.3 พ.ศ. 2530 ได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการ กรมการบินพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2530 ตามหนังสือราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 104 ตอนที่ 194 ลงวันที่ 28 กันยายน 2530 ปรับปรุง หน่วยงานเพิ่มขึ้นอีก 1 หน่วยงาน คือ ศูนย์ฝึกการบินพลเรือนในประเทศไทยรวมเป็นงานระดับกองทั้งสิ้น 11 หน่วยงาน
         2.4 ครั้งหลังสุด พ.ศ. 2537 มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการ กรมการบินพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2537 ตามหนังสือราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 111 ตอนที่ 10 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2537ปรับปรุงหน่วยงานโดยแยกศูนย์ฝึกการบินพลเรือนในประเทศไทย ไปจัดตั้งรูปแบบการบริหารงานมีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ คือ สถาบันการบินพลเรือน สรุป ปัจจุบันกรมการบินพาณิชย์มีหน่วยงานระดับกองดังนี้
     1. สำนักงานเลขานุการกรม
     2. กองคลัง
     3. กองก่อสร้างและบำรุงรักษา
     4. กองการสื่อสารและจราจรทางอากาศ
     5. กองควบคุมกิจการเดินอากาศ
     6. กองความปลอดภัยในการเดินอากาศ
     7. กองช่างสื่อสารและเครื่องช่วยการเดินอากาศ
     8. กองวิชาการขนส่งทางอากาศ
     9. กองส่งเสริมกิจการท่าอากาศยาน
   10. ท่าอากาศยาน
          3. ภาระหน้าที่ในการขนส่งทางอากาศ
      จำแนกลักษณะงานได้เป็น 2 ส่วนใหญ่ คือ
     1. งานด้านการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งทางอากาศ อาทิเช่น งานบริการท่าอากาศยานงานบริการวิทยุเครื่องช่วยการเดินอากาศ งานบริการสื่อสารการบิน และงานบริการควบคุมการจราจรทางอากาศเป็นต้น
     2. งานในด้านการควบคุม / กำกับดูแล / ส่งเสริมและพัฒนากิจการบิน อาทิเช่น งานควบคุมมาตรฐานด้านความปลอดภัย งานส่งเสริมเศรษฐกิจการบิน งานพัฒนาอุตสาหกรรมการบิน เป็นต้น
กรมการบินพาณิชย์ได้เข้ารับภาระหน้าที่ทั้งหมดดังกล่าวข้างต้น แต่เริ่มแรกมาเป็นลำดับ และได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดคล้องกับการขยายตัวของงาน วิวัฒนาการของเทคโนโลยีการบิน ซึ่งได้เจริญรุดหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยได้มีการขยายตัวของหน่วยงานเพิ่มขึ้นรองรับเพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดความคล่องตัว อาทิเช่น
     - บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ได้เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2491 เพื่อปฏิบัติงานด้านบริการควบคุมจราจรทางอากาศ
     - การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ได้มีการจัดตั้งเมื่อ พ.ศ. 2522 โดยเริ่มเข้ารับภาระความรับผิดชอบ ท่าอากาศยานกรุงเพ (ดอนเมือง)
     - สถาบันการบินพลเรือน ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2535 เพื่อรับภาระงานหน้าที่ ในการฝึกอบรม และพัฒนาบุคลากรในด้านการบิน เป็นต้น
     วิวัฒนาการดังกล่าว ได้ก้าวหน้าไม่หยุดยั้ง ภายใต้วัตถุประสงค์ซึ่งเป็นหัวใจของการบิน คือความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย ในช่วงปี 2541 จากสภาพการณ์ที่จะมีการปรับปรุงภาคราชการ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจและนโยบายของกระทรวงคมนาคม ได้มีการถ่ายโอนในด้านบริการของกรมการบินพาณิชย์เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงานยิ่งขึ้นโดยได้มอบให้ บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด เข้าปฏิบัติหน้าที่การให้บริการควบคุมจราจรทางอากาศ บริการสื่อการการบินและบริการวิทยุเครื่องช่วยการเดินอากาศ ณ ท่าอากาศยานของกรมการบินพาณิชย์ทุกแห่ง แทนกรมการบินพาณิชย์เป็นผลให้ บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด เป็นผู้ดำเนินงานบริการทั้ง 3 ด้านทั้งหมด และในด้านงานบริการภาคพื้นของท่าอากาศยานของกรมการบินพาณิชย์ การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ได้เข้ามารับโอนงานมาแล้ว 4 ท่าอากาศยาน คือ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต และเชียงราย
          4.ทิศทางภาระหน้าที่ของกรมการบินพาณิชย์ในอนาคต
  โดยที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะเปิดน่านฟ้าเสรีและให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานมากขึ้น กรมการบินพาณิชย์จึงได้กำหนดกลยุทธ์และปรับเปลี่ยนบทบาท ภารกิจเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวการณ์โดยเน้นบทบาทภารกิจเป็นหน่วยงานควบคุม กำกับดูแลในด้านมาตรฐานและความปลอดภัยในการบินรวมทั้งส่งเสริมด้านเศรษฐกิจการบิน และลดบทบาทและภารกิจในด้านการให้บริการลง ซึ่งกรมการบินพาณิชย์จะปรับปรุงขอบเขตอำนาจหน้าที่ให้สอดคล้องกับแนวทางดังกล่าวต่อไป
 
                                      ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องกับกิจการการบินพลเรือนในประเทศไทย

             กิจการการบินพลเรือนในประเทศไทยมีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาประเทศ เพราะเป็นช่องทางการคมนาคม ขนส่ง ที่มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ทำให้การติดต่อทั้งภายใน และระหว่างประเทศเป็นไปอย่างคล่องตัวซึ่งมีผลให้การพัฒนาประเทศเป็นไปอย่างรวดเร็วอีกด้วย รัฐบาลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและทราบถึงขอบเขตการทำงานที่นับวันจะกว้างขึ้นเป็นลำดับ จึงได้แบ่งส่วนการทำงาน โดยมีทั้งส่วนราชการและส่วนรัฐวิสาหกิจร่วมกันประสานงานเพื่อให้การดำเนินการมีประสิทธิภาพสูงสุด
            ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับกิจการการบินพลเรือน
               1. กรมการบินพาณิชย์ เป็นส่วนราชการที่มีหน้าที่รับผิดชอบด้านการบินพลเรือนของไทยโดยตรงเป็นผู้บริหารและควบคุมการบินพลเรือน ทั้งภายในและระหว่างประเทศ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 ความตกลงระหว่างประเทศ อนุสัญญา กฎ และระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนส่งเสริมและพัฒนาการขนส่งทางอากาศให้ก้าวหน้าไปอย่างมีประสิทธิภาพปลอดภัยสม่ำเสมอ และถูกต้องตามหลักเศรษฐกิจ
               2. กรมอุตุนิยมวิทยา มีหน้าที่เป็นผู้ให้บริการอุตุนิยมวิทยาการบิน ตรวจและรายงานข่าวอากาศให้เครื่องบิน พยากรณ์อากาศตามเส้นทางบิน จัดทำเอกสารประกอบการบิน และออกคำสั่งเตือนลักษณะอากาศที่เป็นอันตรายต่อการบิน
               3. คณะกรรมการต่าง ๆ
     3.1 คณะกรรมการการบินพลเรือน มีหน้าที่ให้คำแนะนำด้านกิจการการบินพลเรือนแก่รัฐมนตรี โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน และมีหน่วยงานอื่น ๆที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นกรรมการเนื่องจากคณะกรรมการการบินพลเรือน มีหน้าที่ด้านกิจการบินพลเรือนอย่างกว้างขวาง ดังนั้นเพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คณะกรรมการฯ จึงได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อทำหน้าที่ด้านต่าง ๆ อีก 6 คณะ ดังนี้
     3.1.1 คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาอนุสัญญาว่าด้วยการรวบรวมกฎเกณฑ์บางประการเกี่ยวกับการรับขนระหว่างประเทศทางอากาศ ซึ่งทำ ณ กรุงวอร์ซอ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 1929 และพิธีสารแก้ไขเพิ่มเติม
ตามคำสั่งคณะกรรมการการบินพลเรือน ที่ 1/2521 คณะอนุกรรมการมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาอนุสัญญาว่าด้วยการรวบรวมกฎเกณฑ์บางประการเกี่ยวกับการรับขนระหว่างประเทศทางอากาศซึ่งทำ ณ กรุงวอร์ซอ ในรายละเอียดโดยมีอธิบดีกรมการบินพาณิชย์เป็นประธานคณะอนุกรรมการฯ
     3.12 คณะอนุกรรมการอากาศวิถี
ตามคำสั่งคณะกรรมการการบินพลเรือน ที่ 1/2532 คณะอนุกรรมการฯมีอำนาจหน้าที่ในการวางแนวทางการดำเนินงานควบคุมนโยบายเกี่ยวกับการปฏิบัติการใช้อากาศวิถีร่วมภายในเขตรับผิดชอบของประเทศไทย ( Bangkok FIA.) และดำเนินการประสานงานกับหน่วยราชการต่าง ๆเพื่อความประหยัดความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความรวดเร็วในการเดินทางทางอากาศ โดยมีอธิบดีกรมการบินพาณิชย์เป็นประธานคณะอนุกรรมการฯ
     3.13 คณะอนุกรรมการเพื่อยกร่างกฎหมายอนุวัตรการให้เป็นไปตามอนุสัญญาว่าด้วยการรวบรวมกฎเกณฑ์บางประการเกี่ยวกับการรับขนระหว่างประเทศทางอากาศ ซึ่งทำ ณ กรุงวอร์ซอ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 1929 และพิธีแก้ไขสารเพิ่มเติม
 ตามคำสั่งคณะกรรมการการบินพลเรือน ที่ 4/2524 คณะอนุกรรมการฯมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณายกร่างกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่ออนุวัตรการให้เป็นไปตามอนุสัญญากังกล่าวโดยมีอธิบดีกรมการบินพาณิชย์ เป็นประธานคณะอนุกรรมการฯ
     3.1.4 คณะอนุกรรมการนโยบาย และพัฒนาการบินพลเรือนตามคำสั่งคณะกรรมการการบินพลเรือนที่ 1/2525 และเพิ่มเติม 2/2526 คณะอนุกรรมการฯมีอำนาจหน้าที่ในการเสนอแนะแนวทางในการเจรจาด้านการบินพลเรือนระหว่างประเทศ แนวนโยบายและแผนพัฒนากิจการการบินพลเรือนทั้งภายใน และระหว่างประเทศ ให้มีประสิทธิภาพและทันสมัยอยู่เสมอนอกจากนี้ยังมีหน้าที่เสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งต่าง ๆ ทั้งอาจมีขึ้นระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานคณะอนุกรรมการฯ
     3.1.5 คณะอนุกรรมการอำนวยความสะดวกในการขนส่งทางอากาศ
           ตามคำสั่งคณะกรรมการการบินพลเรือน ที่ 1/2536 คณะอนุกรรมการฯมีอำนาจหน้าที่ในการจัดวางแผนงานอำนวยควมาสะดวกในการขนส่งทางอากาศพิจารณาแก้ไขปัญหาขัดข้องต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการตามแผนงานอำนวยความสะดวกในการขนส่งทางอากาศ และให้ข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบถึงพัฒนาการทางด้านการทางด้านการบินพลเรือนระหว่างประเทศในส่วนที่จะกระทบถึงการปฏิบัติการเข้า-ออกประเทศ พิจารณาให้ความร่วมมือและประสานงานกับคณะกรรมการอำนวยความสะดวกในการขนส่งทางอากาศของประเทศที่มีความสัมพันธ์ในการเดินอากาศต่อกันเพื่อให้กิจการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศดำเนินไปได้ด้วยดี และได้ผลความมุ่งหมายและพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสมเกี่ยวกับคำแนะนำขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ โดยมีอธิบดีกรมการบินพาณิชย์ เป็นประธานคณะอนุกรรมการฯ
     3.1.6 คณะอนุกรรมการพิจารณากรณีอากาศยานใกล้จะชนกันในอากาศ ตามคำสั่งคณะกรรมการการบินพลเรือนที่ 5/2525 คณะอนุกรรมการฯมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาและดำเนินการแก้ไขเกี่ยวกับกรณีอากาศยานใกล้จะชนกันในอากาศ และพิจารณาวางมาตรการป้องกันมีให้เกิดเหตุการณ์อากาศยานใกล้จะชนกันในอากาศ โดยมีอธิบดีกรมการบินพาณิชย์ เป็นประธานคณะอนุกรรมการฯ
    3.2 คณะกรรมการผู้แทนรัฐบาล เพื่อพิจารณาทำความตกลงว่าด้วยการขนส่งทางอากาศกับรัฐบาลต่างประเทศเป็นประจำ
โดยที่การดำเนินการบริการเดินอากาศระหว่างประเทศเป็นเรื่องสำคัญต้องเชื่อมโยงไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความได้เปรียบเสียเปรียบในเชิงเศรษฐกิจ คณะรัฐมนตรีจึงแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้น โดยมีปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน และอธิบดีกรมการบินพาณิชย์เป็นกรรมการ และมีหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นกรรมการ คณะกรรมการฯมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการเจรจาทำความตกลงว่าด้วยการขนส่งทางอากาศกับรัฐบาลต่างประเทศ และพิจารณาปัญหาเกี่ยวกับการเดินอากาศทั้งภายใน และต่างประเทศ
    3.3 คณะกรรมการแห่งชาติในการค้นหา และช่วยเหลืออากาศยาน และเรือที่ประสบภัย งานด้านการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางอากาศยานและทางเรือเป็นงานที่มีความสำคัญเร่งด่วน เพราะจะเป็นการสนับสนุนการเดินอากาศและการเดินเรือของประเทศ ทำให้ผู้ประสบภัยมีความหวังที่จะได้รับความช่วยเหลือให้รอดชีวิตได้ อีกทั้งรัฐมีหน้าที่คุ้มครองป้องกันความปลอดภัย ชีวิตและสวัสดิภาพของประชาชน คณะรัฐมนตรีจึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้น โดยมีรองปลัดกระทรวงคมนาคม( ด้านการขนส่งทางอากาศ ) เป็นประธาน อธิบดีกรมการบินพาณิชย์ เป็นรองประธาน ผู้อำนวยการกองความปลอดภัยในการเดินอากาศ กรมการบินพาณิชย์ เป็นกรรมการ และเลขานุการ และมีหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นกรรมการ คณะกรรมการฯ โดยมีอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบาย และหลักการในการค้นหาและช่วยเหลือ อากาศยานและเรือที่ประสบภัย กำหนดมาตรการ ในการดำเนินงานค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานและเรือที่ประสบภัยในเขตรับผิดชอบของประเทศ พิจารณาทำความตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานและเรือที่ประสบภัยและแต่งตั้งอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติงานได้ตามความจำเป็น
    3.4 คณะกรรมการสอบสวนกรณีอันเกี่ยวกับอุบัติเหตุของอากาศยานในราชอาณาจักรมีหน้าที่สอบสวนกรณีอันเกี่ยวกับอากาศยานประสบอุบัติเหตุในราชอาณาจักร ตามอำนาจหน้าที่ที่บัญญัติไว้ใน พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 และให้รายงานผลการสอบสวนให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป มีเสนาธิการทหารอากาศ กระทรวงกลาโหม เป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมการบินพาณิชย์ เป็นรองประธานกรรมการ และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นกรรมการ
                     รัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องกับการบินพลเรือน
     1. บริษัทการบินไทย จำกัด ( มหาชน ) ดำเนินการด้านธุรกิจการบิน และการขนส่งทั้งภายใน และระหว่างประเทศ รวมทั้งดำเนินกิจการอื่น ๆที่เกี่ยวข้อง
     2. บริษัทวิทยาการบินแห่งประเทศไทย จำกัด มีหน้าที่ให้บริการด้านการจราจรทางอากาศ เพื่อความปลอดภัยในการเดินอากาศ และด้านสื่อสารการบิน ดำเนินการ รับ-ส่ง ถ่ายทอดรวบรวม และกระจายข่าวเกี่ยวกับการบิน
     3. การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย มีหน้าที่จัดตั้งสนามบินหรือที่ขึ้นลงชั่วคราวของอากาศยาน การให้บริการช่างอากาศยาน และการให้บริการต่าง ๆ เกี่ยวกับอากาศยาน ผู้ประจำหน้าที่สินค้า พัสดุภัณฑ์ผู้โดยสาร และลูกจ้างของผู้ประกอบการในการเดินอากาศ
     4. สถาบันการบินพลเรือน ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2504 ต่อมาได้รวบรวมเป็นหน่วยงานหนึ่งในกรมการบินพาณิชย์ และเมื่อ พ.ศ. 2535 กรมการบินพาณิชย์ได้เสนอให้เปลี่ยนรูปแบบขององค์กรเป็นรัฐวิสาหกิจเพื่อให้การดำเนินงานมีความคล่องตัว และมีประสิทธิภาพ โดยออกเป็นพระราชกฤษฎีกา เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2535 มีหน้าที่อบรมนักศึกษาไทย และต่างประเทศในแขนงวิชาต่าง ๆ ของกิจการการบินพลเรือน เป็นภาษาอังกฤษ รวมทั้งเป็นสถานที่ทำการฝึกอบรมวิชาเครื่องช่วยการเดินอากาศโดยเฉพาะ เพื่อฝึกบุคลากรที่ทำงานในกิจการด้านการบินพลเรือนต่อไป
                                     
                                                 
     สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA)
                                                                                                I
                                                                                                                                           

องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO)

กรมการบินพาณิชย์ (DOA)-- 

ทบวงการบินสหรัฐ (FAA)

                                                                                                                     I
 กรมการบินพลเรือนประเทศต่างๆ (CAA)

                                                                              
 
                                   หน่วยงาน และองค์กรต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับกิจการการบินพลเรือนของประเทศไทย

                     International Civil Aviation Organization ( ICAO ) คือองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศเป็นองค์การชำนัญพิเศษของสหประชาชาติ ก่อตั้งขึ้นตามอนุสัญญาว่าด้วยการบินพลเรือนระหว่างประเทศซึ่งทำขึ้นที่เมืองชิคาโก เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2487 องค์การฯมีความมุ่งหมายที่จะพัฒนาหลักการและเทคนิคของการเดินอากาศระหว่างประเทศ ทะนุบำรุงการวางแผนพัฒนาการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศทั่วโลกองค์การฯได้วางมาตรฐานระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการบินพลเรือนในด้านต่าง ๆ เรียกว่า ภาคผนวก รวมทั้งสิ้น 18 ภาคผนวกด้วยกัน นอกจากนี้ยังจัดเอกสารคู่มือประกอบการปฏิบัติงานด้านต่าง ๆ ของการบินพลเรือนอีกด้วย องค์การฯมีสำนักงานสาขาประจำภาคประจำภาคตะวันออกไกลและแปซิฟิคตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร
                    Internation Air Transport Association ( IATA ) คือสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2488 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้มีการขนส่งทางอากาศที่ปลอดภัย สม่ำเสมอ และถูกหลักเศรษฐกิจ หาทางให้มีการร่วมมือกันในระหว่างวิสาหกิจด้านการขนส่งทางอากาศของประเทศสมาชิกและเพื่อประสานงานกับองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ และองค์การระหว่างประเทศอื่น ๆ สมาชิก IATA แบ่งออกเป็นสมาชิกสามัญ คือวิสาหกิจที่ดำเนินบริการเดินอากาศแก่สาธารณชนเพื่อค่าจ้างภายใต้ธงเครื่องหมายประเทศ ซึ่งเป็นสมาชิก IATA และทำการบินระหว่างอาณาเขตของ 2 ประเทศขึ้นไป ส่วนวิสาหกิจด้านการขนส่งทางอากาศใด ๆที่ขาดคุณสมบัติดังกล่าวเป็นสมาชิกวิสามัญ
                   Federal Aviation Administration ( FAA ) คือทบวงการบินพลเรือนของสหรัฐอเมริกา จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2501 และได้เข้ามาอยู่ในสังกัดของกระทรวงการขนส่งเมื่อ พ.ศ. 2501 มีหน้าที่รับผิดชอบในการกำหนดระเบียบและมาตรฐานเกี่ยวกับการบินพาณิชย์ เพื่อให้มีความปลอดภัยตลอดจนส่งเสริมกิจการบินพลเรือน อีกทั้งจัดระบบการควบคุมจราจรทางอากาศและการเดินอากาศสำหรับอากาศยานพลเรือนและอากาศยานทหาร นอกจากนั้นยังมีหน้าที่ออกกฎและบังคับให้เป็นไปตามกฎเกี่ยวกับมาตรฐานขั้นต่ำในการสร้างอากาศยานและการซ่อมบำรุงรวมทั้งการออกใบอนุญาตให้ลูกเรือและจดทะเบียนอากาศยานด้วย
                   Civil Aviation Authority ( CAA ) คือกรมการบินพลเรือนของประเทศต่าง ๆ ซึ่งทำหน้าที่ในสถานะเดียวกันกับกรมการบินพาณิชย์ของไทยและมีหน้าที่รับผิดชอบคล้ายคลึกกันด้วย
                                                                           *****************

 รายละเอียดของหลักสูตรทั้งหมด อัตราค่าลงทะเบียน และเวลาเรียน ติดต่อสอบถามโดยตรงได้ที่สถาบันฯ
โทร.0-2573-7515 / 0-2573-3767 / 081-563-3341  เวลา 8.30น. - 20.30น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุด

 

 

        




HOME

AIR AND EARTH article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.